รายการ "คิดเพื่อชาติ" ตอน "ยุทธศาสตร์อวกาศไทย จุดแข็ง จุดอ่อน และเส้นทางข้างหน้า" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอผลการศึกษาจากหลักสูตร ปกส. รุ่นที่ 2 ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ TNN2 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569
อวกาศเป็นสิ่งที่คนไทยเข้าถึงได้ ด้วยศักยภาพ ผลงาน และเทคโนโลยีฝีมือคนไทยที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร · ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์
รายการ “คิดเพื่อชาติ” ทาง TNN กับบทสนทนาเรื่องยุทธศาสตร์อวกาศไทย จุดแข็ง จุดอ่อน และเส้นทางข้างหน้า
ไทยอยู่ตรงไหนในระบบนิเวศอวกาศโลก?
ประเทศไทยมีหน่วยงานหลัก 3 แห่งที่ทำงานด้านอวกาศอยู่แล้ว โดยแต่ละแห่งมีบทบาทเฉพาะทาง และร่วมมือกันในนามภาคีเครือข่ายด้านอวกาศ (Thai Space Consortium: TSC)
GISTDA ทำหน้าที่หลักในการนำภาพถ่ายดาวเทียมมาใช้บริหารจัดการภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม ไฟป่า และ PM 2.5 ส่วน NARIT ดูแลการรับสัญญาณและอธิบายปรากฏการณ์บนท้องฟ้าให้ประชาชนเข้าใจ ขณะที่ SLRI ใช้เครื่องเร่งอนุภาคพัฒนาวัสดุพิเศษ เช่น ผิวจานรับสัญญาณที่ฝุ่นไม่เกาะ ซึ่งเป็นวัสดุสำคัญในงานอวกาศ
ระบบนิเวศอวกาศไม่ได้มีแค่จรวดและดาวเทียม เหมือนกับโรงพยาบาลที่ไม่ได้มีแค่หมอ แต่ยังมีพยาบาล อุปกรณ์ เตียงนอน ทุกอย่างล้วนมีส่วนในระบบ ประเทศไทยสามารถเลือกจุดที่เก่งและเข้าไปจอยในตลาดที่กำลังเติบโตแบบ exponential ได้
ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้ร่วมรายการ และ สืบศักดิ์ สืบภักดี ผู้ดำเนินรายการ
โอกาสจากอวกาศ: ยา อาหาร วัสดุ และดิจิทัล
การวิจัยในอวกาศเปิดประตูสู่นวัตกรรมที่ไม่อาจค้นพบบนโลก เพราะสภาวะไร้แรงโน้มถ่วงและรังสีในอวกาศเปลี่ยนพฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตและวัสดุในแบบที่ไม่คาดคิด
🧬 ด้านยาและสุขภาพ High Impact
การทดสอบยารักษามะเร็งบนอวกาศพบว่าพฤติกรรมของเซลล์มะเร็งเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าบนโลก ทำให้นักวิทยาศาสตร์มองเห็น "อนาคต" ของโรคล่วงหน้า และพัฒนายารับมือได้ทันเวลา ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็ส่ง payload ทดลองด้านยาขึ้นสู่อวกาศแล้ว
🌱 ด้านพืชและสมุนไพร Thai Strength
ฟ้าทลายโจรที่นำขึ้นไปทดสอบบนสถานีอวกาศพบว่าสารสำคัญที่ต้านไวรัสเพิ่มสูงขึ้นในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง เป็นแรงบันดาลใจให้จำลองสภาวะดังกล่าวบนโลกเพื่อเพิ่มผลผลิตในระดับอุตสาหกรรม
🍱 ด้านอาหาร Kitchen of World
PIM พัฒนาเครื่องผลิตอาหารบนอวกาศโดยใช้แหนและด้วงสาคูเป็นแหล่งโปรตีน ซึ่งนอกจากจะเป็นอาหารสำหรับนักบินอวกาศแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ไทยในฐานะ "ครัวโลก" ขยายบทบาทสู่ supply chain ด้านอาหารสำหรับยุค space economy
🔬 ด้านวัสดุและผลึก Research
นักวิจัยไทยทดสอบ liquid crystal บนสถานีอวกาศเพื่อดูคุณสมบัติที่เปลี่ยนไปในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง ผลการวิจัยนำมาต่อยอดสร้างนวัตกรรมวัสดุบนโลกได้หลากหลายมิติ
ยุทธศาสตร์ 3 ระยะ: เส้นทางสู่ Space Economy
รายงานการศึกษาเสนอยุทธศาสตร์แบ่งเป็น 3 ระยะที่สามารถดำเนินการควบคู่กันได้ โดยแต่ละระยะมีเป้าหมายชัดเจน
เสริมแกร่งฐานวิจัย
ต่อยอดผลงานของ 3 องค์กรหลัก (GISTDA, NARIT, SLRI) ส่ง payload วิจัยร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ เช่น จีน และสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อสะสมองค์ความรู้และผลงานจริงในอวกาศ
เชื่อมภาคอุตสาหกรรม
สร้างการ match-up ระหว่างหน่วยงานอวกาศกับผู้ประกอบการไทย เช่น โรงงานอลูมิเนียม โรงงานผลิตน็อตและบานพับ ที่สามารถยกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้เป็น space-grade ได้ โดยราคาสินค้าอาจเพิ่มขึ้น 10–100 เท่า
วัสดุและเทคโนโลยีล้ำสมัย
พัฒนาวัสดุชนิดใหม่และเทคโนโลยีอวกาศเต็มรูปแบบ ครอบคลุม upstream ถึง downstream เพื่อให้ไทยมีจุดยืนในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศโลกอย่างยั่งยืน
ตลาด space economy ทั่วโลกกำลังเติบโตแบบ exponential โดยคาดว่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แม้ไทยจะเข้าไปจับส่วนแบ่งได้เพียง 10% ก็ยังเป็นมูลค่ามหาศาล
อีกช่วงหนึ่งของการสนทนาในรายการ “คิดเพื่อชาติ” ว่าด้วยเส้นทางและโอกาสของไทยใน Space Economy
พัฒนาคน: ฐานรากที่สำคัญที่สุด
ประเทศไทยมีวิศวกรและนักวิจัยที่มีศักยภาพพอสมควรอยู่แล้ว ความท้าทายคือการ "แปล" ความรู้เหล่านั้นเข้าสู่โดเมนอวกาศ และเชื่อมโยงให้ถูกจุดในระบบนิเวศ
- โรงงานอุตสาหกรรมที่มีอยู่แล้วสามารถ transform ตัวเองเป็น space-grade supplier ได้ หากรู้มาตรฐานที่ต้องการ
- เด็กไทยชนะการแข่งขันควบคุมหุ่นยนต์โครงการ JAXA ของญี่ปุ่น บนสถานีอวกาศ แสดงให้เห็นว่าศักยภาพมีอยู่จริง
- ระบบ simulation ออนไลน์ช่วยให้เด็กและนักศึกษาสามารถเข้าถึงและทดลองเทคโนโลยีอวกาศโดยไม่ต้องออกจากห้องเรียน
- การสร้างแพลตฟอร์ม matchmaking ระหว่างสตาร์ทอัพด้านอวกาศกับภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมเป็นกุญแจสำคัญ
- ผู้ที่ทำงานด้านดิจิทัลและซอฟต์แวร์สามารถมีส่วนร่วมในงานอวกาศผ่านการพัฒนาระบบ AI ประมวลผลข้อมูลดาวเทียมได้
คนไทยเก่งกว่าที่คิด ในงานนวัตกรรมระดับโลก เราไม่ได้น้อยหน้าใคร สิ่งที่ต้องทำคือการเชื่อมโจทย์ให้ถูกคน และสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเติบโตในโดเมนนี้
ข้อเสนอเชิงนโยบาย: จากรายงานหลักสูตร ปกส. รุ่น 2
รายงานที่นำเสนอในรายการเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรประกาศนียบัตรการกำกับดูแลและการพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ปกส.) รุ่น 2 ของสถาบันพระปกเกล้า ข้อเสนอเชิงนโยบายที่น่าสนใจมีดังนี้
ผลักดันให้ไทยมีโครงการ payload ในอวกาศอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับพันธมิตรทั้งจีน ญี่ปุ่น และองค์กรอวกาศนานาชาติ เพื่อสะสมประสบการณ์จริงระดับโลก
สร้างโปรแกรมรับรอง space-grade ให้กับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น โลหะ อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุ และอาหาร เพื่อเปิดประตูสู่ซัพพลายเชนอวกาศสากล
บรรจุเนื้อหาด้านอวกาศในหลักสูตรระดับมัธยมและอุดมศึกษา พร้อมสนับสนุนการแข่งขันและโครงการ simulation เพื่อสร้างรุ่นใหม่ที่พร้อมสำหรับ space economy
ให้กระทรวง อว. กำหนดให้อวกาศเป็น mission สำคัญระดับชาติ พร้อมจัดสรรงบประมาณและกลไกสนับสนุนที่ชัดเจน เพื่อให้ภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัยเดินไปในทิศทางเดียวกัน
อวกาศคือโอกาส ไม่ใช่แค่ความฝัน
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากบทสนทนานี้คือการมองอวกาศในแง่ ระบบนิเวศทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่โครงการวิทยาศาสตร์ ประเทศไทยมีจุดแข็งในหลายด้านที่โลกต้องการ ทั้งอาหาร สมุนไพร วัสดุ และทักษะวิศวกรรม
ไทยอาจไม่ใช่ประเทศที่สร้างจรวดได้เอง แต่เราสามารถเป็น ผู้ผลิตและซัพพลายเออร์ ในห่วงโซ่อุตสาหกรรมอวกาศที่กำลังเติบโตได้ หากมีการวางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
ในบรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านอวกาศที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากสิงคโปร์ นั่นคือ ความได้เปรียบที่ไม่ควรปล่อยทิ้ง