ผมมีโอกาสร่วมเวที NBTC Symposium 2025 ในฐานะ Moderator ของ Session 5 หัวข้อ "Thailand's Space Economy & Satellite Development" บนเวทีวันนั้นมีทั้งตัวแทนด้านนโยบาย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีดาวเทียม และภาคธุรกิจ — เรียกได้ว่าองค์ประกอบหลักของการขับเคลื่อน Space Economy ไทยอยู่บนเวทีเดียวกันค่อนข้างครบ

ผู้ร่วมเวทีวันนั้น

บนเวที NBTC Symposium 2025 มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนของ Space Economy ไทย

กระทรวง DE
ดร.พรพรรณ ตันนุกิจ
GISTDA
ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์
NARIT
ดร.วิภู รุโจปการ
THAICOM
คุณปฐมภพ สุวรรณศิริ
mu Space
คุณศมาธร เทียนกิ่งแก้ว
Moderator
คุณสืบศักดิ์ สืบภักดี
ภาพที่ 1
ภาพที่ 2

สิ่งที่ผมรู้สึกชัดขึ้นหลังการพูดคุยครั้งนั้นคือ — ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในจุดที่ต้องเริ่มต้นเรื่องอวกาศจากศูนย์อีกแล้ว


จาก "ต่างคนต่างทำ" ไปสู่ Space Ecosystem

สิ่งที่ประเทศไทยมีอยู่ในวันนี้ หากมองแยกเป็นรายหน่วยงาน ถือว่าเรามีความพร้อมไม่น้อย

🛰️ GISTDA — ฐานด้านดาวเทียมสำรวจโลกและข้อมูลภูมิสารสนเทศ
🔭 NARIT — องค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และวิศวกรรม
📡 THAICOM — ประสบการณ์ในธุรกิจดาวเทียมและตลาดระหว่างประเทศ
🚀 mu Space — เทคโนโลยี New Space มองตลาดโลกตั้งแต่ต้น
🎓 มหาวิทยาลัย — นักวิจัย Startup และบุคลากรกระจายอยู่ในระบบ
🏛️ นโยบาย — หน่วยงานด้านนโยบายและโครงสร้างพื้นฐานพร้อม
ภาพที่ 3
ภาพที่ 4

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่ว่า "ประเทศไทยมีศักยภาพหรือไม่" แต่คือ "เราจะนำศักยภาพที่มีอยู่แล้วเหล่านี้มารวมกันเป็น Team Thailand ได้อย่างไร"


โอกาสระยะใกล้อยู่ที่ Downstream

หากถามว่าโอกาสที่เห็นได้ชัดที่สุดของประเทศไทยอยู่ตรงไหน ผมมองว่า Downstream Space Economy มีความสดใสมาก เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการส่งจรวด เพราะมูลค่าจำนวนมากของเศรษฐกิจอวกาศเกิดขึ้น "บนพื้นโลก"

🌾 เกษตรกรรม — ติดตามพื้นที่เพาะปลูก ประเมินผลผลิต บริหารจัดการน้ำ
🌊 ภัยพิบัติ — ติดตามน้ำท่วม แผ่นดินไหว ระบบเตือนภัยล่วงหน้า
🏙️ การวางผังเมือง — จัดการทรัพยากร โลจิสติกส์ ความมั่นคง
🤖 AI + Space Data — เชื่อมข้อมูลอวกาศกับ AI, Big Data และ Cloud Computing เปิดโอกาสธุรกิจใหม่
💼 ประกันภัย & FinTech — ใช้ข้อมูลอวกาศประเมินความเสี่ยง ออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่
ภาพที่ 5
ภาพที่ 6

คำถามที่น่าสนใจในวันนี้ไม่ใช่เพียง "ประเทศไทยจะส่งอะไรขึ้นไปในอวกาศ" แต่ควรถามด้วยว่า "สิ่งที่อยู่บนอวกาศสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจบนพื้นโลกให้ประเทศไทยได้อย่างไร"


แต่เราไม่ควรหยุดอยู่เพียง Downstream

ในระยะกลาง ผมคิดว่าเราควรเริ่มมองขึ้นไปใน Value Chain ด้วย

  • Launch Infrastructure — ไม่ควรถูกมองว่าไกลเกินไป เพราะอุตสาหกรรมอวกาศโลกกำลังเปลี่ยนเร็วมาก จากรัฐเป็นผู้เล่นหลักสู่ยุคที่เอกชนพัฒนาจรวดได้
  • Space Tourism — ทั้ง Suborbital และ Orbital ซึ่งวันนี้อาจยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม แต่ระยะยาวไม่ควรตัดออกจากยุทธศาสตร์
  • ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง — Payload, Ground System, Satellite Data Analytics, Software หรือระบบสื่อสาร ที่ไทยสามารถแข่งขันได้
ภาพที่ 7
ภาพที่ 8

ประเทศที่ประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ไม่ได้ชนะเพราะทำทุกอย่างเอง แต่เพราะรู้ว่าตัวเองควรเก่งเรื่องอะไร


จาก "ใช้เทคโนโลยี" ไปสู่ "สร้างเทคโนโลยี"

วันนี้ประเทศไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยีอวกาศอีกต่อไป เรามีนักวิจัยและวิศวกรไทยที่สามารถพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นเองได้แล้วหลายส่วน นี่เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ

THAICOM แสดงให้เห็นว่าบริษัทไทยสามารถทำธุรกิจดาวเทียมในตลาดต่างประเทศได้ ขณะที่ mu Space สะท้อนภาพของบริษัทเทคโนโลยีอวกาศรุ่นใหม่ที่คิดถึงตลาดโลกตั้งแต่ต้น

ภาพที่ 9
ภาพที่ 10

สิ่งที่รัฐควรทำจึงไม่ใช่ลงไปทำทุกอย่างเอง แต่คือ สร้างกติกาที่ชัด สร้างโครงสร้างพื้นฐาน สนับสนุนงานวิจัย พัฒนาคน และเปิดพื้นที่ให้ภาคธุรกิจเติบโต


กฎหมายคืออีกชิ้นส่วนหนึ่งของ Ecosystem

เมื่อ Space Economy เติบโต เรื่องของ พ.ร.บ.กิจการอวกาศ ก็มีความสำคัญมากขึ้น กฎหมายที่ชัดเจนช่วยให้ผู้ประกอบการรู้ว่าใครเป็นผู้อนุญาต ใครกำกับดูแล ความรับผิดชอบอยู่ตรงไหน และสามารถวางแผนลงทุนได้อย่างมั่นใจ

กฎหมายควรเป็นตัวเร่ง Ecosystem ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ Ecosystem ต้องหยุดรอ — การพัฒนาคน งานวิจัย Startup การใช้ข้อมูลอวกาศ และความร่วมมือระหว่างประเทศสามารถเดินหน้าไปพร้อมกันได้

ภาพที่ 11
ภาพที่ 12

ประเทศไทยอาจพร้อมกว่าที่เราคิด

หลังจบเวทีวันนั้น สิ่งที่ผมได้กลับมาไม่ใช่ความรู้สึกว่า "ประเทศไทยต้องเริ่มทำเรื่องอวกาศ" แต่กลับเป็นความรู้สึกว่า — จริงๆ แล้วเราเดินมาไกลพอสมควรแล้ว

เรามีคน · มีองค์ความรู้ · มีโครงสร้างพื้นฐาน · มีหน่วยงานรัฐ · มีสถาบันวิจัย · มีบริษัทที่ทำตลาดต่างประเทศ · และมีผู้ประกอบการรุ่นใหม่

สิ่งที่ต้องทำต่อคือการนำสิ่งเหล่านี้มาร้อยเข้าด้วยกัน จาก "ต่างคนต่างเก่ง" ให้กลายเป็น Team Thailand และกำหนดให้ชัดว่าในอีก 5–10 ปีข้างหน้า ประเทศไทยต้องการอยู่ตรงไหนใน Space Economy ของโลก

ถ้าทำตรงนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการมีอุตสาหกรรมดาวเทียมที่แข็งแรง การพัฒนา Launch Infrastructure ธุรกิจ Space Tourism หรือแม้กระทั่ง นักบินอวกาศสัญชาติไทยคนแรก — ก็อาจไม่ได้ไกลเกินฝันอย่างที่เราเคยคิด

แชร์บทความนี้
กลับไปหน้า Works